posted on 26 Nov 2009 17:51 by onewalee in diary
ดีจังนะ ไมโครซอฟท์เค้าให้สิทธินักศึกษาคณะที่เกียวข้องกะโปรแกรมและคอมพิวเตอร์ ได้ใช้โปรแกรมวินโดว์ลิขสิทธิ์ด้วยนะทั้งระบบปฏิบัติการและโปรแกรมที่เกี่ยวกับบรรดาโปรแกรมเมอร์ทั้งหลายคือคนสร้างโปรแกรมหรือสร้างเกมน่ะเองถ้าพูดแบบภาษาชาวบ้านนะ แต่ก็อาจเป็นเพราะเค้าต้องการให้คุ้นเคยและต้องการให้ใช้โปรแกรมของเค้าในการเขียนโปรแกรมใช้งานหรือเกมต่างๆละมั้ง มิน่าว่าทำไมจึงมีโปรแกรมมากมายที่ใช้แต่กับวินโดว์ และใช้กับระบบปฏิบัติการอื่นไมไ่ด้เนอะ
จะว่าไปแล้ว เราก็ว่า ที่คู่คี่กันมา น่าจะมีแค่สองตัวที่สูสี คือ แม๊คและวินโดว์ แต่ใจจริงแล้วเรานะอยากให้มีมากกว่านั้นจัง น่าแปลกที่ไม่ยักกะมี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนทำที่ไม่ใช่ชาวตะวันตก หรือเรียกบ้านๆว่า ฝาหรั่ง หากมีหลายๆเจ้าจะได้เป็นการแข่งขันทางการค้าแบบเสรีโดยแท้จริง
ส่วนอูบุนตูหรือลีนุกซ์ที่เราไม่พูดถึงเพราะไม่ใช่ระบบเอกชน ซึ่งเราก็ยังไม่เชื่อว่า คนเก่งจะทำให้ฟรีๆเพราะเค้าก็ต้องกินต้องใช้ จะทุ่มเทเต็มร้อย ทุ่มเทสุดตัวก็คงไม่เท่างานอาชีพของตน
posted on 22 Oct 2009 12:59 by onewalee in diary
ตอนนี้นิ้วกลางด้านขวา เราเดี้ยง ห่อผ้ายืดไว้ ก็ไปถูกประตูรั่วตกลงมาทับนิ้วระหว่างกำลังซ่อมล้อเลื่อนที่ไม่หมุนน่ะ เวลาพิมพ์ก็เลยออกจะเก้ๆกังๆสำหรับนิ้วนั้น แต่หลังนิ้วถูกทับ ก็กินยาลดอักเสบพวกไอบรูโพรเฟนแล้วก็พาราฯแล้ว ตอนนี้จึงไม่ค่อยปวดมากแล้ว
อากาศตอนนี้กำลังสบายๆดีนะ เมื่อคืนขอนแก่น ในเมือง ที่ที่เราอยู่นี้ ฝนตกอย่างหนักในตอนหัวค่ำ ก็ราวๆหกโมงเย็นฝ่าๆนะ ช่วงตกอย่างหนัก ไฟก็ดับแหละ แต่ไม่นานนักเค้าก็ซ่อมไฟกลับมาได้ ฝนตกหนักอยู่ไม่นาน ก็ซาๆลง แล้วก็หยุด อากาศเช้านี้ก็เลยสบายๆ แดดมีแต่ถ้าอยู่ร่มก็ยังได้เย็น
อ้ะ รายงานสภาพอากาศไปเรียบร้อยแล้ว
ทีนี้ก็ถึงเรื่องที่ทำวันนี้สักที เอ๊ะ เขียนไปแล้วนี่นา ซ่อมล้อเลื่อนประตูรั้วไง .. ซ่อมได้แล้วนะ เราเอาฆ้อนไปเคาะสนิมให้หลุดรวมถึงดินด้วยหากมี หรือหากมันติดอยู่กับอะไรสักอย่างด้านบน .. เคาะป๊อกๆมันก็หลุดออกมาล้อก็เลื่อนได้ดังเดิม .. แหม ช่างง่ายดายอะไรปานนี้ แต่สังเวยนิ้วกลางเราไปหนึ่งนิ้ว .. คุ้มไหมเนี้ย .. เหอเหอเหอ
posted on 21 Oct 2009 12:12 by onewalee in things
เป็นอีกคนที่มักจะว่างงานในเวลาที่คนอื่นไม่ว่าง .. ทำให้นึกไปถึงช่วงจบใหม่ๆเข้าทำงานในรพ.สัตว์แห่งหนึ่งแถวฝั่งธน เข้างานสายๆเลิกดึกๆ หยุดวันเดียว คือวันจันทร์ นั่นก็เหมือนเดี๋ยวนี้คือเป็นวันที่คนอื่นเค้าไม่หยุดกัน
เราจึงต้องเที่ยวคนเดียว แต่ส่วนใหญ่ก็วนเวียนอยู่ในห้างฯ ซื้อหนังสือ กินอาหารที่อยากกิน โดยมีอารมณ์เคว้งคว้างเหมือนชีวิตไร้ทิศทาง หาจุดลงตัวให้ตัวเองไม่ได้ .. คว้างๆมากกว่าจะอ้างว้าง ก็ได้แต่มองดูผู้คนในกทม.ที่มีมากมายหลายหน้าหลายตา ล้วนไม่รู้จักกัน ล้วนไม่สนใจกัน อยู่ท่ามกลางคนเยอะแยะแต่เหมือนยืน นั่ง เดิน อยู่ลำพัง ยังไงยังงั้น
วันก่อนไปดูหนังรถไฟฟ้าฯ อารมณ์นั้น ใช่เลย
พอรู้สึกอย่างนั้น ก็จึงหันไปทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้งาน ไม่ต้องมีแล้ววันหย่งวันหยุดเรียกว่าทำเต็มทุกวันเลย คือไปรับจ๊อบเพิ่มที่รพ.สัตว์คณะฯอีกงาน โดยให้เป็นงานหลัก ส่วนงานรพ.สัตว์เอกชนเป็นงานรอง คือลดเหลือเพียงเป็นพาร์ทไทม์ แต่พาร์ทไทม์ก็คือเย็นถึงดึก และวันหยุดก็ไม่เว้น คือทำที่คณะเสร็จก็ต้องวิ่งรอกไปทำที่เอกชนเลย ทำอยู่อย่างนั้นไม่นานหรอก .. เดี้ยงเลยซีเรา .. โบรค ใช้คำว่า โบรค Broke คือ พอระบบไฟฟ้าระบบประมวลผลของเราแฮงค์ขึ้นมา ความคิดมันก็เริ่มแปลกๆไป
การรับเคสในรพ.สัตว์เอกชนนั้น .. ช่วงเย็นถึงค่ำถึงดึก มือเป็นระวิง ต้องบีบเค้นสมองให้ทำงานร่วมกับการปฏิบัติฯให้ทันกับจำนวนเคสสัตว์ป่วยที่มาเยอะแยะมากมายประดามี
ส่วนที่รพ.สัตว์ของคณะฯ เคสก็เยอะเช่นกัน เพียงแต่มีหมอหลายคนช่วยกันรับ จึงไม่ถึงกับมือเป็นระวิงเหมือนเอกชน จำนวนหมอน้อยกว่า เมื่อเทียบสัดส่วนกับจำนวนสัตว์ป่วย
ใช้ชีวิตอย่างนั้นได้ปีนึงเห็นจะได้ .. เครื่องก็ช๊อต .. แล้วไงต่อ .. เฮ้อ พูดไปทำไม้ .. เรื่องมันผ่านมาแล้วแหละเนอะ
เอ๊ะ คนนี้เกี่ยวไหมเนี่ย .. ก็ดูเพลินๆไง้ .. แก้เครียด น่ารักดีออก